วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557
[med]SIADH
เกณฑ์ในการวินิจฉัย Inappropriate ADH secretion
: Plasma osm < 275 mOsm/kg H2O
: inappropriate urine concentration ( urine >100 mOsm/kg ) with normal renal function
: clinical euvolemia
: urine Na >20 mmol/L (มัก>40)
: ไม่มีสาเหตุอื่นของ euvolemic hypoosmolality
เช่น hypothyroid, AI, diuretic
สาเหตุ
: เนื้องอก เช่น bronchogenic, thymoma, duodenal, pancreas, prostate, nasopharyngeal, leukemia
: CNS lesion เช่น tumor, abscess, hematoma, meningitis, MS, GBS, delilium tremen, hydrocephalus, head trauma
: drug ที่กระตุ้น AVP โดยตรงเช่นnicotin, phenothiazine, tricyclic ยาที่ออกฤทธิ์ที่ไตโดยตรง เช่นdesmopressin, oxytocin, PSI ไม่ทราบกลไกเช่น ACEI, PPI, SSRI, carbamazepine
: pulmonary เช่น TB, pneumonia, respi fail, COPD, on PPV
การรักษา
: รักษาตามสาเหตุ
: จำกัดน้ำ 500-1000 ml/d
: lasix 40-80mg/d
: Na replacement
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
[med]Hyponatremia approach
Hyponatremiaคือ serum Na<135mEq/l
3 ปัญหาสำคัญ
1.acute severe hyponatremia อันตราย
2.hyponatremia ในผู้ที่มี underlying disease เพิ่มอัตราการเสียชีวิต
3.การแก้ไขที่เร็วไปใน chronic hyponatremia ทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
A.Approachต้องแยกระหว่าง True กับ Pseudohyponatremia
โดยดูที่ plasma osmolarity
1.True hyponatremia: Posm<280
2.Pseudohyponatremia:
2.1 Hyperosmotic hyponatremia เกิดจาก hyperglycemia Posm>280
หากมี hyperglecemia จะทำให้ค่า Na ที่ตรวจหาต่ำกว่าค่าที่แท้จริง
การแก้ต้อง correct Na ก่อน แล้วค่อยแก้ไข
สูตร Correct Na=Na+((BS-100)/100)x1.6หรือ +1.6mEq/100mg glucose ที่เพิ่ม
2.2 Isoosmotic hyponatremia : hyperprotein, hypertriglyceride
B.True hyponatramiaแบ่ง 3 กลุ่ม ตาม extracellular fluid volume
1.Hypervolumic น้ำมากเกิด dilutional หรือ hypotonic condition
สาเหตุ: water retension CHF,liver cirrhosis, renal failure
การรักษา: Loop diuretic (จะขับน้ำมากกว่าเกลือ), จำกัดน้ำ
2.Euvolemic
สาเหตุ:SIADH, ectopic production ADH(small cell CA lung), primary polydipsia
การรักษา:จำกัดน้ำ ไม่ให้ supplement หากไม่ได้ผลค่อยเสริม NaCl +ให้ยาขับปัสสาวร่วมด้วย
3.Hypovolemic เสียน้ำ+เสียเกลือ
สาเหตุ:renal loss(Tubulointerstitial disease), GI loss(diarrhea), Excessing sweating(hot,heavy exercise)
การรักษา:replace iv fluid
กลุ่ม 2,3 หากแยกยาก ทดสอบโดย Fluid challenge test หรือ Restrict fluid แล้วติดตามระดับ Na
Clinical manifestation (เกิดจากcell swelling)
Muscle : muscle clamps, weakness and fatique
CNS dysfunction: Headache to confusion, Lethargy, seizures, and coma
GI tract: Anorexia, Nausea, Vomitting, Abdominal cramps, Diarrhea
การแก้ไข Hyponatremia
Na ที่ต้องการ = 0.6xBWx(plasmaNa-Naที่ต้องการแก้)
หรือ 60 kg : 3%Nss 3cc/hr เพิ่ม 1meq/day
เช่น plasma Na 110 แก้ให้เป็น 120 เป็นต้น ห้ามให้แก้เกิน 12 mEq/day เร็วไปไม่ดี
อีกสูตรใช้ ปริมาตรน้ำมาคำนวณด้วย
delta [Na] /liter of infusate = {[Na]infusate - [Na] serum} / (TBW+1)
TBW = 0.6xIBW (x0.85 if female, x0.85 if elderly)
TBW = total body water, IBW = Ideal Body weight
หมายเหตุ
- if Na < 120 mEq/L อันตรายมีโอกาสเกิด brain stem herniation ต้องเพิ่มระดับ Na อย่างเร็ว 4-6 mEq/L ใน 1-2 ชั่วโมง
- ถ้าเกิดอาการ seizures, severe confusion, coma, brainstem herniation ต้องรีบให้ 3% NSS
- Chronic hyponatremia พบบ่อยกว่า acute การแก้ Na ต้องช้าๆrate
ให้น้อยกว่า 0.5 mEq/L/h or 12 mEq/L/d.ถ้าระดับ Na 120-125 mEq/L ไม่ควรแก้ไวเกิน 48 ชั่วโมง
- 3%Nacl rate = ใช้ BW(kg)= เป็น cc/ hr :ระดับ Na จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 mEq/hr goal
Ex: wt 50 ให้ 50 cc/hr จะเพิ่ม Na=1mEq/l
แก้ไม่เกิน 130 mEq/hr ,Follow up Na q 6-12 hr depend on clinical
สรุปวิธีคิดคำนวณ
วิธีคิดในการคำนวณการแก้ Hyponatremia 2 แบบ นิยมใช้
วิธีแรก ใช้กันทั่วไป
Na deficit (mEq) = 0.6 x BW x delta[Na]
เช่น ชาย 60 kg อยากให้ 3%NaCl ให้ขึ้นจาก 110 --> 120 ในหนึ่งวัน
Na deficit = 0.6 x 60 x (120-110) = 360 mEq
3% NSS 1 L Na = 513 mEqมี
เพราะฉะนั้นต้องให้ rate = ((360/513)*L)/วัน = ((360/513)*1000)/24 hr = 29 mL/hr
EX.คำนวณสรุปง่ายๆBW 60 kg
3% NSS rate 17 cc/h/day = 6 mEq/dayเพิ่มประมาณ
3% NSS rate 20 cc/h/day = เพิ่มประมาณ 7 mEq/day
3% NSS rate 30 cc/h/day = เพิ่มประมาณ 10 mEq/day
3% NSS rate 35 cc/h/day = เพิ่มประมาณ 12 mEq/day (1st day ไม่ควรเกินนิ้)
3%NSS 1684 cc/day = เพิ่ม 24 mEq/24 hr = 70 cc/h = cc/hr (70 cc = 1 mEq)นน.เป็น กก. ของคนไข้ หน่วยเป็น
ระดับ Na 1 mEq/hจะเพิ่มขึ้นประมาณ
ข้อดีคือ คิดง่ายเร็ว
ข้อเสียคือ เราไม่ได้นำปริมาตรของสารน้ำที่ใส่เข้าไปมาคำนวณด้วย ในการคำนวณการแก้ deficit ของเรา
อีกวิธีก็คือ เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วโลก (เขียนไว้ใน NEJM, PocketMed, Uptodate)
delta [Na] /liter of infusate = {[Na]infulsate - [Na] serum} / (TBW+1) ; TBW = 0.6xIBW (x0.85 if female, x0.85 if elderly)
TBW = total body water, IBW = Ideal Body weight
เช่น เหมือนเดิม 60 kg, 110-120 ใน 1 d by 3%NaCl
delta [Na] / L infusate = (513-110)/(0.6x60 +1) = 10.9 mEq/L ต่อ Liter infusate
แปลว่า
หากให้ 1 L ของ 3% NaCl จะทำให้ Na เพิ่มขึ้น 10.9 mEq/L
ถ้าจะให้เพิ่ม 10 mEq/L ต้องให้ 3% NaCl = 917 mL
คิดเป็น rate = 917/24 hr = 38 mL/hr
วิธีนี้ก็จะใช้ปริมาตรของสารน้ำที่ใส่เข้าไปลงไปด้วย
สองวิธีนี้จะไม่แตกต่างกันมากหาก fluid ที่เลือกเป็นพวกที่ความเข้มข้นน้อยๆ หรือน้ำหนักตัวมากๆ
แต่สำหรับคนไทย น้ำหนักตัวน้อย หากให้ 3% ก็ใช้แบบหลังคงดีกว่า
ส่วนการแก้ในช่วง แรกๆ ใน severe symptomatic hypoNa ละก็ ให้ได้ถึง 1.5-2mEq/L/Hr สัก 3-4 ชม แรก แล้วเจาะดูซ้ำ
โดยไม่ให้เกิน 10-12 mEq /L/day (แม้ว่าจะมีรายงานว่า 8 ก็เกิด ODS ได้แล้ว)
ส่วนใน SIADH ก็จะวุ่นวายหน่อย ตรงที่จะต้องมานั่งคำนวนถึงความสามารถของไตในการขับน้ำอีกซึ่งจำเป็นต้องวัด Urine Osm และ Serum Osm ในการคำนวนด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
[Med]DLP management
แนวทางการรักษา hypertriglyceraldemia
Hight TG level 200-499
Very high TG level >500
Tx : Diet and life style control + drug
ยาที่นิยม : gemfibrosil (lopid) 300mg ขนาดที่ให้คือ 600-1,200mg/day
เช่น lopid(300)1*2 po pc , lopid(300)2*2 po pc
แนวทางรักษา hypercholesteralemia
ปรับยาเพื่อลดLDL level ให้ได้ตามgoal
Major atherosclerotic risk LDLgoal Drug+diet tx
0-1 <160 >190
>2+ no athero event <130 >160
Athero event <100 >130
>2+ event <70 >100
ยาที่นิยม simvastatin (Zocor)10,20 mg ขนาดที่ใช้คือ 10-80mg/day เช่น simvastatin(10) 1*1 po hs
หมายเหตุ :
1 ตรวจf/u อย่างน้อยปีละครั้ง อาจ ทุก3เดือนปรับขนาดยาเพิ่ม ถ้ายังคุมไม่ได้
2 lab เจาะเฉพาะตัวที่ตั้งการติดตาม เช่น serum LDL
Major atherosclerotic risk ประกอบด้วย
1 DM
2 HT
3 smoking
4 BMI >25
5 physical inactivity
6 microalbuminuria or CKD
7 age >55 in male , age >65 in female
8 Hx of premature CVD
Atherosclerotic event ได้แก่
1 IHD
2 CVA
3 peripheral artery disease
4 carotid artery disease
5 aortic aneurysm
6 renal artery stenosis
การคำนวนระดับ LDL มักจะใช้สมการของ Friedewald คือ
[LDL-chol] = [Total chol] - [HDL-chol] - ([TG]/5))
แต่มีข้อจำกัดคือการที่มี TG> 400 mg/ml,
ในกรณีที่มีไคโลไมครอนสูง,
มีความผิดปกติของเบตาไลโปโปรตีนในเลือด
วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
[med]Aspirin primary prevention
Aspirin 75-162 mg / day
primary prevention in 10%CHD risk > 10 % ดังนี้
1 DM in male age > 50 yrs w/ 1 risk (smoking, HT, DLP, FH of CVD, Albuminuria)
2 DM in female age > 60 yrs w/ 1 risk (smoking, HT, DLP, FH of CVD, Albuminuria)
Clopidogrel 75 mg/day
ใช้เมื่อมีข้อห้ามในการใช้ ASA
การใช้ร่วมกันได้ผลดี แต่ค่าใช้จ่ายแพง
ควรให้ร่วมกันใน secondary prevention
ASA ช่วยลด coronary heart disease 31%
(myocardial infarction, cardiac arrest, การเสียชีวิตจาก chronic coronary heart disease)
ผู้ป่วยที่ทำ PCI w/ stent placement ควรให้ ASA325 mg
ผู้ป่วยที่ทำ CABG ควรให้ ASA ภายใน 48 hr
primary prevention in 10%CHD risk > 10 % ดังนี้
1 DM in male age > 50 yrs w/ 1 risk (smoking, HT, DLP, FH of CVD, Albuminuria)
2 DM in female age > 60 yrs w/ 1 risk (smoking, HT, DLP, FH of CVD, Albuminuria)
Clopidogrel 75 mg/day
ใช้เมื่อมีข้อห้ามในการใช้ ASA
การใช้ร่วมกันได้ผลดี แต่ค่าใช้จ่ายแพง
ควรให้ร่วมกันใน secondary prevention
ASA ช่วยลด coronary heart disease 31%
(myocardial infarction, cardiac arrest, การเสียชีวิตจาก chronic coronary heart disease)
ผู้ป่วยที่ทำ PCI w/ stent placement ควรให้ ASA325 mg
ผู้ป่วยที่ทำ CABG ควรให้ ASA ภายใน 48 hr
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
[med]Dog bite
Dog bite
rabiesเป็นเชื้อที่กระจายผ่านทางระบบประสาทและระบบน้ำเหลือง
ซึ่งการติดต่อเกิดได้จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า กัดหรือข่วน
ซึ่งถ้าเจอผู้ป่วยหมากัดมาไม่จำเป็นต้องซักประวัติหมา แต่ให้ดูที่แผล
แบ่งชนิดของการสัมผัสเป็น 3 catagory คือ
catagory 1.น้ำลาย + skin intact
หลักการรักษาคือ การทำแผล
catagory 2. รอยข่วนแต่ไม่มีเลือด
หลักการรักษาคือ การทำแผล+ฉีดวัคซีน
catagory 3. มีเลือดออก
หลักการรักษาคือ การทำแผล+ฉีดวัคซีน+passive immunization
หลักการในการ management คือ
1.การล้างแผลผ่านน้ำสะอาดไหลและสบู่ 15 นาที
2.ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลนอกจากถูกกัดที่บริเวณใบหน้าเนื่องจากหน้าเป็นที่ที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะติดเชื้อได้ยากกว่าและเพื่อ cosmetic
3. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แบ่งเป็น
- active immunization คือ การฉีด vaccine มีหลายยี่ห้อการฉีด ขนาด ปริมาณไม่เหมือนกัน จะกระตุ้นให้เกิดภูมิสูงสุดในวันที่ 7
หลักการฉีดแบ่งเป็น
1.ไม่เคยฉีดครบdose(5เข็มตามWHO ถ้าในไทยเอา 3 เข็ม+หมาไม่ตาย) มาก่อนคือฉีดทั้งหมด 5 เข็มวันที่ 0,3,7,10,28
2.ห่างจากเข็มสุดท้ายภายใน 6 เดือน ให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม
3.ห่างจากเข็มสุดท้ายมากกว่า 6 เดือนแต่น้อยกว่า 30 ปี ให้กระตุ้น 2 เข็มวันที่0,3
- passive immunization คือ HRIG ทำมาจากคนให้ขนาด 20u/kg และ ERIG ทำมาจากม้า ให้ขนาด40u/kg โดยให้ฉีดรอบแผลให้มากที่สุดที่เหลือให้ฉีดim เข้ากล้ามเนื้อใหญ่ๆเช่นต้นขา
จะกระตุ้นทำให้มีภูมิในวันแรกและจะลดลงในวันที่ 7
*ในชีวิตหนึ่งฉีดครั้งเดียวในกรณี catagory 3 โดยไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน
4.การฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
: ถ้าเคยได้รับวัคซีนครบชุด (0.5 มล. IM of tetanus or tetanus/diphtheria toxoid จำนวน 3 ครั้ง วันที่ 0, 30 และเข็มที่ 3 ภายใน 1 ปี นับจากเข็มแรก) มาไม่เกิน 5 ปี ไม่ต้องให้ booster หรือ passive immunization เลย ถ้าเกิน 5 ปี ให้ booster 1 ครั้ง ไม่ต้องให้ passive immunization
: ถ้าไม่เคยได้รับวัคซีนครบชุด ให้ฉีด toxoid และให้ passive immunization ด้วย tetanus immunoglobulin 250-500 ยูนิต IM หรือ tetanus antitoxin 3000 ยูนิต IM เมื่อแผลนั้นดูรุนแรง ถ้าดูไม่รุนแรงให้แต่ toxoid อย่างเดียว
: ข้อห้ามของการให้ tetanus toxoid คือ การมีอาการแพ้รุนแรง หรืออาการทางระบบประสาทที่รุนแรง จากการฉีดครั้งก่อน
5.การให้ ATB ไม่จำเป็นในกรณีถูกสุนัขกัดและแผลไม่ใหญ่มากแต่ถ้าแมวกัดต้องให้ ถ้าต้องให้ก็ควรให้ATBคลุมเชื้อgramnegativeและanaerobeเชื้อที่commonคือ pasteurella multocidaให้เป็นamoxiclav หรือถ้าแพ้กลุ่มpenicillin ให้เป็นerythromycin+clindamycin
วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
[med]Bell's palsy
Bell's palsy
ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน สันนิษฐานว่าเกิดจาการติดเชื้อไวรัสโดยเฉพาะเชื้อเริม(HSV1) ของ
CN 7 facial nerve ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าทำให้ไม่ทำงานชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกด้านนั้นเป็นอัมพาต
CN 7 facial nerve ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าทำให้ไม่ทำงานชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกด้านนั้นเป็นอัมพาต
| ภาพ A หน้าเบี้ยวครึ่งซีกขวาชนิด UMN , ภาพ B หน้าเบี้ยวครึ่งซีกขวาชนิด LMN |
DDX
of Bell's palsy
meningitis
งูสวัด(HZV)
HIV
ไลม์(Lyme)
ซิฟิลิสเรื้อรัง(syphilitic gumma)
sarcoidosis
โรคเรื้อน(leprosy)
การกดทับจากเนื้องอกหรือการอักเสบติดเชื้อของparotic gland หรือ จากต่อมน้ำเหลือง
trauma
Guillain
Barre syndrome
และที่สำคัญคือเส้นประสาทที่
7 ขาดเลือดที่พบในเบาหวาน
การวินิจฉัย
โดยการตรวจอาการทางคลินิกส่วนมากมักจะเพียงพอ
ยกเว้นในรายที่ต้องการวินิจฉัยแยกโรคจากภาวะอื่นๆดังกล่าวข้างต้น
จึงจะทำการตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนสูงอายุ หรือสงสัยโรคเบาหวาน
อาการจะหายหรือไม่
การผ่าตัดในสมัยก่อนเรียก microvascular
decompression ประมาณ 80-90% จะหายเป็นปกติ
อาการมักดีขึ้นในสองสัปดาห์ และส่วนมากจะกลับเป็นปกติใน 3-6 เดือน
ส่วนน้อยเท่านั้นที่มีความผิดปกติหลงเหลืออยู่บ้าง หรือเกิดเส้นประสาทต่อกันผิด (synkinesis)
จะทำให้มีอาการ เช่น ทานอาหารแล้วน้ำตาไหล หรือ
หลับตาแล้วมุมปากขยับ ยิ้มแล้วตากลับปิดลง เคี้ยวแล้วกลับมีน้ำตาไหล
โอกาสเป็นซ้ำน้อยมาก แต่มีรายงานพบประมาณ 7 - 15 %
การรักษา
specific tx : valacyclovir ร่วมกับสเตียรอยด์
ให้ผลดีกว่าไม่ได้ยา
การใช้สเตียรอยด์ภายในสามวันแรกพบว่าให้ผลการรักษาที่ดีกว่ายาหลอก
ยา acyclovir
ไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
supportice tx : การรักษาตามอาการและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน
มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ป่วยหลับตาไม่สนิทจึงมักมีตาแดง
และอาจนำไปสู่กระจกตาอักเสบได้ ดังนั้นจึงแนะนำผู้ป่วยให้
ใช้น้ำตาเทียมเพื่อป้องกันตาแห้ง
ใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตาก่อนนอน
หรือที่ครอบตาป้องกันฝุ่นเข้าตาเวลานอนหลับ
สวมแว่นกันลมเวลาออกนอกบ้าน
อย่าขยี้ตาข้างที่ปิดไม่สนิท
การทำกายภาพบำบัดเพื่อเป็นการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงให้ได้ทำงาน
เพื่อรอการฟื้นตัว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)